Sony Xperia Z: สมาร์ทโฟนรุ่นเน้นสไตล์


Sony Xperia Z: สมาร์ทโฟนรุ่นเน้นสไตล์ ในปีนี้ คาดกันว่าน่าจะเป็นปีที่สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปหลายๆ รุ่นมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว และความละเอียดสูงถึงระดับ Full HD โดยเห็นได้จากแบรนด์ใหญ่รายต่างๆ ทยอยเปิดตัวมือถือที่มีลักษณะดังกล่าวออกมาสู่ตลาดมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่ง Sony เองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ผลิตรายแรกๆ ที่เปิดตัวสมาร์ทโฟนในกลุ่มนี้ออกมา รุ่นที่พูดถึงก็คือ Sony Xperia Z นั่นเอง (อ่านเป็น Xperia ซี นะครับ) โดยทางเราได้ไปเสาะหาเครื่องศูนย์ไทยมารีวิวให้ทุกท่านได้ชมกันเช่นเคยครับ ไปดูกันเลยดีกว่า

เปิดมาด้วยภาพโชว์ฟีเจอร์เด่นของ Sony Xperia Z กันเลยทีเดียว นั่นก็คือความสามารถในการกันน้ำได้นั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปเบอร์แรกๆ ที่มาพร้อมความสามารถในการกันน้ำ/กันฝุ่นอีกด้วย ส่วนสเปคก็ตามนี้เลยครับ

ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon S4 Pro (APQ8064) Quad-core ความเร็ว 1.5 GHz มาพร้อม GPU เป็น Adreno 320
RAM 2 GB
หน้าจอใช้พาเนล TFT ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พร้อมระบบ Sony Mobile BRAVIA Engine 2
พื้นที่เก็บข้อมูล 16 GB รองรับ microSD สูงสุด 32 GB
กล้องหลังใช้เซ็นเซอร์เทคโนโลยี Exmor RS ความละเอียดสูงสุด 13 MP
กล้องหน้าใช้เซ็นเซอร์เทคโนโลยี Exmor R ความละเอียดสูงสุด 2 MP
กันน้ำตามมาตรฐาน IPX5/7 (กันได้ลึก 1 เมตร นาน 30 นาที) และกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP5X
แบตเตอรี่ความจุ 2330 mAh
น้ำหนักเครื่อง 146 กรัม
มี NFC
รุ่นที่ขายในไทย (C6602) ไม่รองรับ 4G ส่วน 3G สามารถใช้ได้ทุกเครือข่าย
เครื่องที่ขายในไทยมีให้เลือก 2 สีคือสีขาวกับสีดำ
ราคาเครื่องศูนย์ไทย 20,900 บาท
สเปค Sony Xperia Z
ถ้าดูที่ตัวสเปคแล้ว ก็จัดว่าอยู่ในกลุ่มเดียวกับรุ่นท็อปหลายๆ ตัวในตลาดขณะนี้ ทำให้เรื่องสเปกและความแรงไม่ได้ถือเป็นจุดเด่นสำหรับ Xperia Z เท่าไรถ้าเทียบกับสินค้าในกลุ่มเดียวกัน แต่จุดที่โดดเด่นกว่ารุ่นอื่นๆ น่าจะเป็นในเรื่องของดีไซน์ และฟีเจอร์เล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นของ Sony เองซะมากกว่า ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น เรามาชมกันครับ

เริ่มตั้งแต่กล่อง ที่ดูแล้วก็มาเป็นลักษณะเดียวกับรุ่นอื่นๆ ของ Sony เอง คือเป็นกล่องกระดาษแข็ง ภายในมีอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

ตัวเครื่อง Sony Xperia Z
หูฟัง Sony MH-EX300AP มีไมค์ในตัว พร้อมจุกหูฟังมาให้อีก 2 คู่
อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ
สาย Micro USB
คู่มือและเอกสารเล็กๆ น้อยๆ
ซึ่งตัวของหูฟังนั้น ให้เสียงออกไปทางโทนสูงค่อนข้างจัด ส่วนเสียงกลางกับเสียงเบสนั้นถูกกลบไป การใส่เพื่อใช้งานนั้นลำบากพอตัว แถมยังหลุดง่ายอีกด้วย ซึ่งเรื่องเสียงนั้นคงแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลนะครับ

มาดูที่ตัวเครื่องกันบ้าง Sony Xperia Z นั้นถูกออกแบบมาให้มีหน้าตาเรียบหรู มีสไตล์แบบคลาสสิก ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของเครื่องปิดด้วยกระจก ซึ่งบนกระจกทั้งสองชิ้นจะมีฟิล์มบางๆ ติดมาให้ตั้งแต่โรงงาน มีหน้าที่ป้องกันเศษกระจกกระจายออกมาถ้าหากกระจกแตก ส่วนถ้าใครต้องการติดฟิล์มกันรอยนั้น ก็คงต้องไปหาติดเพิ่มตามร้านนะครับ เพราะฟิล์มที่โรงงานติดมาให้นั้นไม่ได้ทำหน้าที่ป้องกันรอยขีดข่วนแต่อย่างใด โดยเครื่องรุ่นสีดำนั้น อันที่จริงไม่ถือว่าดำสนิท เพราะถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่าโทนสีออกไปทางน้ำเงินนิดๆ ด้านของโครงสร้างภายในนั้น Sony ให้ข้อมูลว่าโครงเฟรมของเครื่องทำมาจากกระจก Fibre Polyamide ซึ่งมีการประยุกต์ใช้แทนเหล็กสำหรับในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางส่วนด้วย ดังนั้นมั่นใจเรื่องความแข็งแรงได้เลย

ดีไซน์ของด้านหน้านั้น แบนเรียบไม่มีปุ่มกดใดๆ อยู่เลย เพราะ Xperia Z ถูกออกแบบมาให้ใช้งานปุ่มแบบซอฟต์คีย์บนหน้าจอแทน ทำให้ด้านหน้าเครื่องมีเพียงกล้องหน้าที่อยู่ข้างซ้ายของโลโก้ Sony พร้อมลำโพงสนทนาด้านบนสุด และช่องรับเสียงของไมค์ที่ด้านล่างสุดของเครื่องเท่านั้น

ส่วนตรงมุมขวาบนสุดของเครื่องจะเป็นตำแหน่งของไฟ LED แสดง Notification โดยจะมีสีไฟตามสถานะต่างๆ กันไป เช่น สีส้มขณะชาร์จแบตอยู่, สีฟ้าถ้ามี Facebook Notification, สีเขียวเมื่อมีอีเมลเข้า เป็นต้น

ปุ่มสั่งงานเครื่องทั้งสามปุ่มก็มี Back, Home และ Recent Apps ตามปกติของ Android โดยผู้ใช้สามารถเรียกใช้งาน Google Now ได้ด้วยการวางนิ้วค้างไว้ที่ปุ่มโฮม จากนั้นก็ปาดขึ้นมาด้านบนเหมือนกับใน Nexus 4 ที่เป็น Pure Google ส่วนปุ่ม Recent Apps นั้น นอกเหนือจะโชว์หน้าต่างของแอพที่เปิดใช้งานล่าสุดแล้ว ยังมีแถบของ Widget พิเศษที่สามารถนำขึ้นมาใช้งานบนหน้าจอได้อีกด้วย (จะกล่าวถึงในส่วนของซอฟต์แวร์อีกที)

เรื่องของฟีลลิ่งการจับเครื่องนั้น สามารถจับเครื่องให้อยู่ในอุ้งมือได้พอดีๆ แม้ว่าค่อนข้างหนักมือไปนิด แต่การจะเอื้อมนิ้วหัวแม่มือข้ามไปข้ามมาระหว่างแถบ Notification กับแถบปุ่มกดสั่งงานทั้งสามปุ่มด้านล่างอาจจะลำบากไปซักหน่อย การจะขยับมือลงมาเพื่อให้กดได้ถนัดขึ้นนั้นก็ต้องเพิ่มความระวังลงไปด้วย เนื่องจากผิวหลังของตัวเรื่องเป็นกระจกที่ลื่น แต่ที่น่าเสียดายที่สุดในส่วนของการดีไซน์ก็คือขอบของตัวเครื่อง ที่ออกแบบมาเป็นเหลี่ยมแบบชัดเจนมาก ทำให้ส่วนตัวผมรู้สึกเหมือนถูกบาดมือเวลาใช้งาน โดยเฉพาะเวลายกขึ้นมาแนบหูระหว่างโทรศัพท์ ในจุดนี้ แนะนำว่าไปลองเล่นตัวเครื่องที่วางโชว์ตามศูนย์ก่อนก็จะดีครับ เพื่อจะได้ตัดสินใจว่าโอเคกับจุดนี้หรือเปล่า เพราะเรื่องฟีลลิ่งการใช้งานนั้น ก็สำคัญไปไม่น้อยกว่าสเปคเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่จำเป็นต้องใช้งานเป็นประจำ จับถือเครื่องในมือบ่อยๆ การเลือกเครื่องที่สามารถจับได้ถนัดมือก็นับเป็นปัจจัยสำคัญทีเดียว